กระดูกไหปลาร้าหัก: จำเป็นต้อง "เจ็บตัว" ผ่าตัดใส่เหล็กทุกคนไหม? หรือแค่ใส่สายคล้องแขนก็หายได้?
กระดูกไหปลาร้าหัก: จำเป็นต้อง "เจ็บตัว" ผ่าตัดใส่เหล็กทุกคนไหม? หรือแค่ใส่สายคล้องแขนก็หายได้?
สวัสดีครับทุกท่าน
วันนี้หมอมีประเด็นยอดฮิตที่เจอบ่อยมากในห้องฉุกเฉินและคลินิกกระดูกครับ เป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นได้ง่ายมาก ไม่ว่าจะล้มรถมอเตอร์ไซค์ ตกจักรยาน หรือแค่วิ่งล้มไหล่กระแทกพื้น นั่นคือเรื่องของ "กระดูกไหปลาร้าหัก" ครับ
มีคนไข้หนุ่มวัยทำงานท่านหนึ่ง สมมติชื่อ "คุณตั้ม" เป็นนักปั่นจักรยานตัวยง วันหยุดที่ผ่านมาไปปั่นขึ้นเขาแล้วเสียหลักล้ม ไหล่ข้างขวากระแทกพื้นเต็ม ๆ คุณตั้มเดินประคองแขนเข้ามาหาหมอด้วยสีหน้าเจ็บปวด พอเปิดเสื้อดูจะเห็นชัดเลยว่า "ไหล่ตก และมีกระดูกปูนโปนออกมาดันผิวหนัง" ดูน่าหวาดเสียว
พอเห็นฟิล์มเอกซเรย์ว่าหักจริง ๆ คำถามแรกที่คุณตั้มถามหมอด้วยความกังวลคือ "หมอครับ... มันหักแบบนี้ ต้องผ่าตัดดามเหล็กไหมครับ? เพื่อนผมบอกว่าถ้าไม่ผ่า กระดูกมันจะเบี้ยว ไหล่จะห่อ แขนจะสั้น แต่แม่ผมบอกว่าแค่ใส่ผ้าคล้องแขนก็พอ เดี๋ยวก็ติดเอง ผมควรเชื่อใครดีครับ?"
นี่คือคำถามโลกแตกที่ถกเถียงกันมานานครับ วันนี้หมอจะมาไขข้อข้องใจให้ฟังแบบภาษาชาวบ้าน เข้าใจง่าย ๆ เพื่อให้ท่านตัดสินใจได้ถูกต้องที่สุดครับ
กระดูกไหปลาร้า: เสาค้ำยันของร่างกาย
ก่อนอื่นเรามารู้จักเจ้ากระดูกชิ้นนี้กันก่อนครับ กระดูกไหปลาร้า (Clavicle) คือกระดูกรูปตัว S ยาว ๆ ที่วางพาดอยู่ตรงบ่าของเรา หน้าที่หลักของมันคือเปรียบเสมือน "คาน" หรือ "เสาค้ำยัน" ที่คอยดันไหล่ของเราให้กางออกไปด้านข้าง ทำให้เราขยับแขนได้กว้างขวาง ยกแขนได้สุด เอื้อมหยิบของได้สะดวก
และเพราะมันเป็นคานที่รับแรงกระแทกจากแขนเข้าสู่ลำตัวโดยตรงนี่แหละครับ เวลาเราล้มไหล่กระแทกพื้น มันจึงเป็นกระดูกที่ "หักง่ายที่สุด" ชิ้นหนึ่งในร่างกาย
ความเชื่อ VS ความจริง: ต้องผ่าตัดทุกคนไหม?
ในสมัยก่อน ยุคปู่ย่าตายาย หรือแม้แต่ยุคอาจารย์หมอของหมอ แทบจะ 90% ของกระดูกไหปลาร้าหัก "รักษาโดยไม่ต้องผ่าตัด" ครับ แค่ใส่ผ้าคล้องแขน (Arm Sling) หรือใส่สายรัดรูปเลข 8 (Figure-of-eight) ดึงไหล่ไว้ รอเวลา 4-6 สัปดาห์ กระดูกก็ติดกันได้เอง
แต่ในปัจจุบัน เทคโนโลยีการผ่าตัดดีขึ้น แผ่นเหล็กดามกระดูกออกแบบมาดีขึ้น ทำให้เทรนด์การรักษาเริ่มเปลี่ยนไป มีการผ่าตัดมากขึ้น แต่ก็ "ไม่ใช่ทุกคนที่จำเป็นต้องผ่า" ครับ
ใครบ้างที่ "ไม่จำเป็น" ต้องผ่าตัด? (ใส่สายคล้องแขนก็พอ)
ข่าวดีคือ คนไข้ส่วนใหญ่ยังอยู่ในกลุ่มนี้ครับ ถ้ากระดูกที่หักมีลักษณะดังนี้ หมอมักจะแนะนำให้ใส่ที่คล้องแขนก็พอครับ:
รอยหักเคลื่อนออกจากกันไม่มาก: ปลายกระดูกยังแตะกันอยู่ หรือขี่กันนิดหน่อย
กระดูกไม่แตกละเอียด: หักเป็น 2 ท่อนง่าย ๆ
เด็กและวัยรุ่น: เด็ก ๆ กระดูกติดไวมาก และมีความสามารถในการปรับรูปทรงกระดูก (Remodeling) ได้ดีเยี่ยม ต่อให้หักเบี้ยวไปหน่อย ร่างกายก็ซ่อมจนกลับมาตรงได้เอง
ข้อดีของการไม่ผ่า:
ไม่เจ็บตัว ไม่เสี่ยงดมยาสลบ
ไม่มีแผลผ่าตัด ไม่มีรอยแผลเป็นยาว ๆ ที่ไหปลาร้า
ไม่ต้องเสี่ยงติดเชื้อ หรือเสี่ยงเหล็กหัก
ประหยัดค่าใช้จ่าย
ข้อเสียที่ต้องรับให้ได้:
"ก้อนนูน": อันนี้ต้องบอกความจริงกันก่อนครับ เมื่อกระดูกติดเองโดยธรรมชาติ มันจะมีการสร้างเนื้อกระดูกมาพอก ทำให้เวลาลูบไปที่ไหปลาร้า จะคลำได้เป็นก้อนนูน ๆ หรือบางทีเห็นกระดูกปูดออกมานิดหน่อย (Cosmetic lump) ซึ่ง "ไม่มีผลต่อการใช้งาน" แต่สาว ๆ อาจจะไม่ชอบเพราะใส่เสื้อเปิดไหล่ไม่สวย
ไหล่ดูห่อนิดหน่อย: กระดูกที่หักแล้วเกยกัน อาจทำให้ความยาวของไหปลาร้าสั้นลงเล็กน้อย ไหล่อาจจะดูห่อลงนิดเดียว ซึ่งคนทั่วไปดูไม่ออกครับ
ใครบ้างที่ "ควร" หรือ "ต้อง" ผ่าตัดใส่เหล็ก?
กรณีนี้คือกลุ่มที่หมอพิจารณาแล้วว่า "ถ้าปล่อยให้ติดเอง อาจจะมีปัญหาตามมา" ได้แก่:
1. ข้อบ่งชี้สัมบูรณ์ (ต้องผ่าแน่ ๆ ไม่งั้นอันตราย):
กระดูกหักทะลุเนื้อ: หรือเกือบจะทะลุ (Skin tenting) คือปลายกระดูกแหลม ๆ มันไปดันผิวหนังจนขาวซีด ถ้าปล่อยไว้ผิวหนังจะขาดและติดเชื้อได้
มีเส้นเลือดหรือเส้นประสาทบาดเจ็บ: มีอาการชา แขนอ่อนแรง หรือชีพจรข้อมือเบาลง
ไหล่ลอย (Floating Shoulder): คือหักทั้งกระดูกไหปลาร้า และกระดูกสะบัก ทำให้แขนไม่มีที่ยึดเกาะกับลำตัว
2. ข้อบ่งชี้สัมพัทธ์ (ผ่าแล้วน่าจะดีกว่า):
กระดูกเกยกันเยอะมาก (Shortening > 2 cm): ถ้ากระดูกหดสั้นลงเกิน 2 เซนติเมตร อาจทำให้กำลังแขนลดลง หรือปวดเรื้อรังได้
กระดูกหักแยกจากกันชัดเจน (Displacement): ปลายกระดูกไม่แตะกันเลย โอกาสที่กระดูกจะไม่ติด (Non-union) มีสูง
กระดูกแตกละเอียดหลายชิ้น (Comminuted): ร่างกายซ่อมแซมยาก
นักกีฬาอาชีพ หรือคนที่ต้องใช้แขนแบกหาม: การผ่าตัดจะช่วยจัดกระดูกให้ตรงเป๊ะ แข็งแรง และกลับไปใช้งานหนักได้เร็วกว่า
คนไข้ที่รับไม่ได้กับ "ก้อนนูน" หรือ "ไหล่ห่อ": ต้องการความสวยงาม
การผ่าตัดน่ากลัวไหม?
การผ่าตัดดามกระดูกไหปลาร้า เป็นการผ่าตัดมาตรฐานครับ หมอจะเปิดแผลตามแนวไหปลาร้า จัดกระดูกให้เข้าที่ แล้ววางแผ่นเหล็ก (Plate) ยึดด้วยน็อต (Screws)
ข้อดี:
กระดูกตรงเป๊ะ รูปร่างเหมือนเดิม
"ขยับไหล่ได้เร็ว": อันนี้คือจุดเด่นครับ หลังผ่าตัด 1-2 วัน พอแผลเริ่มหายเจ็บ หมอจะให้เริ่มขยับไหล่ได้เลย ไม่ต้องใส่สายคล้องแขนนาน ๆ ลดโอกาส "ไหล่ติด"
ไม่มีก้อนนูนปูดออกมา
ข้อเสีย:
มีความเสี่ยงจากการผ่าตัดและดมยาสลบ
มีแผลเป็นยาวประมาณ 5-10 ซม.
อาจมีอาการชาบริเวณรอบ ๆ แผลผ่าตัด (เพราะต้องตัดผ่านเส้นประสาทรับความรู้สึกที่ผิวหนัง)
อาจต้องมาผ่าตัดเอาเหล็กออกในอนาคต (ถ้าเหล็กมันดันผิวหนังจนเจ็บหรือรำคาญ)
สรุป: เลือกทางไหนดี?
หมอขอสรุปเป็นแนวทางง่าย ๆ ในการคุยกับคุณหมอเจ้าของไข้นะครับ:
ถ้าท่านเป็นคนทำงานทั่วไป ไม่ได้ใช้แรงงานหนักมาก กระดูกหักแบบไม่เลื่อนเยอะ และไม่ซีเรียสเรื่องมีปุ่มกระดูกนูนนิดหน่อย:
--> "ใส่สายคล้องแขน" ก็เพียงพอครับ หายได้เหมือนกัน ปลอดภัยกว่า
ถ้าท่านเป็นวัยรุ่น นักกีฬา นายแบบนางแบบ หรือกระดูกหักแบบเกยกันเยอะมาก ๆ แตกยับเยิน หรืออยากให้ไหล่กลับมาตรงเป๊ะเร็วที่สุด:
--> "การผ่าตัดใส่เหล็ก" อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่าครับ
สิ่งสำคัญคือ "การทำกายภาพบำบัด" ไม่ว่าจะผ่าหรือไม่ผ่า
ช่วงแรก: พักไหล่ แต่ต้องขยับ "ศอก ข้อมือ นิ้วมือ" บ่อย ๆ เพื่อไม่ให้ข้ออื่นติด
ช่วงกระดูกเริ่มติด: ต้องเริ่มบริหารหัวไหล่ตามคำแนะนำของหมอ ห้ามกลัวเจ็บจนไม่ขยับ เพราะ "ไหล่ติด" รักษายากกว่ากระดูกหักครับ
อย่าเพิ่งเชื่อเพื่อน หรือเชื่อคนข้างบ้านทันทีนะครับ ให้ดูที่ "ฟิล์มเอกซเรย์" และ "ความต้องการในการใช้ชีวิต" ของตัวเราเป็นหลัก คุยกับคุณหมอให้เคลียร์ แล้วท่านจะเลือกทางรักษาที่เหมาะกับตัวเองที่สุดครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng
#กระดูกไหปลาร้าหัก #ไหปลาร้าหัก #ผ่าตัดไหปลาร้า #กระดูกหัก #อุบัติเหตุ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ดามเหล็ก #ArmSling #กายภาพบำบัด #ปวดไหล่
Comments
Post a Comment